ข้ามไปยังเนื้อหา
Crystalclear
บทความเผยแพร่เมื่อ 7 ตุลาคม 2569

ขายขนม 100 กรัม ต้องใช้กระปุกกี่มิลลิลิตร? วิธีเลือกขนาดให้พอดีกับขนม

ขนม 100 กรัมไม่ได้ใช้กระปุก 100 มล. เสมอไป ดูวิธีชั่ง ตวง และลองใส่กระปุกจริง พร้อมตัวอย่างการคำนวณและตารางจดผลก่อนสั่งซื้อ

ขวดโหล PET ใส รหัส 010 ไม่มีฝา วางข้างสเกลมิลลิลิตร พร้อมข้อความ "100 กรัม → ? มล."

ขนม 100 กรัม ไม่ได้ใช้กระปุก 100 มิลลิลิตรเสมอไป และไม่มีตัวเลขมิลลิลิตรตัวเดียวที่ใช้ได้กับขนมทุกชนิด เพราะกรัมคือน้ำหนัก ส่วนมิลลิลิตรบอกว่าขนมกินที่มากแค่ไหน ตัวอย่างจากฐาน⁠ข้อมูล FAO/INFOODS ในตารางด้านล่าง ขนม 100 กรัมกินที่ตั้งแต่ราว 145 มล. (ถั่วลิสงกะเทาะเปลือก) ถึงราว 1,110 มล. (มันฝรั่งทอดกรอบ)

การเลือกขนาดต้องดู 3 เรื่อง คือ ขนมกินที่จริงกี่มิลลิลิตร ใส่ผ่านปากกระปุกได้ไหม และปิดฝาแล้วไม่ทับขนม วิธีที่แม่นที่สุดคือ ชั่งขนมตามน้ำหนักที่จะขาย แล้วลองใส่กระปุกจริงและปิดฝาด้วยวิธีเดียวกับตอนแพ็กขาย

ทำไมขนม 100 กรัม ถึงใช้กระปุกไม่เท่ากัน

ขนมแต่ละชนิดเนื้อแน่นหรือโปร่งต่างกัน และมีช่องว่างระหว่างชิ้นไม่เท่ากัน ถึงเป็นสูตรเดียวกัน ถ้าตัดชิ้นใหญ่ขึ้นหรือจัดเรียงต่างไป ขนมก็กินที่ในกระปุกไม่เท่าเดิม

ฐาน⁠ข้อมูลความหนาแน่นอาหารของ FAO/INFOODS นิยาม ความหนาแน่นรวม (bulk density) ว่าเป็นน้ำหนักของอาหารทั้งกอง หารด้วยปริมาตรทั้งหมดที่กองนั้นกินที่ ปริมาตรนี้นับรวมเนื้อของแต่ละชิ้น ช่องว่างระหว่างชิ้น และรูพรุนภายในชิ้น ค่าในฐาน⁠ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าอาหารต่างชนิดกินที่ต่างกันมาก

อาหาร (แปลจากชื่อในฐาน⁠ข้อมูล FAO/INFOODS)

ความหนาแน่นรวม (กรัม/มล.)

100 กรัม กินที่ราว

ถั่วลิสงกะเทาะเปลือก

0.69

145 มล.

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

0.5

200 มล.

อัลมอนด์

0.46

215 มล.

มูสลี่ผสมผลไม้และถั่ว

0.37

270 มล.

ถั่วลิสงทั้งเปลือก

0.27⁠–⁠0.38

265⁠–⁠370 มล.

มันฝรั่งทอดกรอบ

0.09

1,110 มล.

คอลัมน์ขวาคำนวณจาก 100 ÷ ความหนาแน่นรวม ค่าในตารางรวบรวมจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศหลายแหล่ง ใช้ดูภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่ค่าของขนมของคุณ ดูอย่างถั่วลิสงทั้งเปลือกกับแบบกะเทาะเปลือก แค่รูปแบบเปลี่ยน ตัวเลขก็ต่างกันมากแล้ว จึงต้องลองกับขนมของคุณเองเสมอ

อีกเรื่องที่มักสับสนคือ กรัมกับมิลลิลิตรเป็นตัวเลขของคนละสิ่ง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ กำหนดให้แสดงปริมาณอาหารเป็นระบบเมตริก อาหารที่เป็นของแข็งให้แสดงน้ำหนักสุทธิ ส่วนอาหารที่เป็นของเหลวให้แสดงปริมาตรสุทธิ ขนมแห้งจึงบอกปริมาณบนฉลากเป็นกรัม ส่วนตัวเลขมิลลิลิตรคือความ⁠จุของกระปุก

ลองบรรจุจริงใน 4 ขั้นตอน

  1. ชั่งน้ำหนักสุทธิ ใช้ขนมล็อตจริง สูตรเดียวกัน ขนาดชิ้นเท่ากับที่จะขาย และพักให้เย็นเหมือนตอนแพ็กขาย วางภาชนะบนตาชั่งแล้วกดหักน้ำหนัก (Tare) ก่อน จากนั้นชั่งเฉพาะขนมตามน้ำหนักที่จะพิมพ์บนฉลาก เช่น 100 กรัม
  2. วัดปริมาตรที่ขนมใช้ ใส่ขนมลงถ้วยหรือเหยือกตวงปากกว้างที่มีขีดบอกมิลลิลิตร โดยเทหรือตักแบบเดียวกับตอนแพ็ก เกลี่ยหน้าให้เรียบแล้วอ่านขีด อย่ากดหรือเขย่าให้แน่นถ้าตอนแพ็กจริงไม่ได้ทำ
  3. ลองใส่กระปุกจริง ใช้กระปุกรุ่นที่คิดจะใช้ ดูปากกระปุก ความสูง ช่วงไหล่ และฝาหรือฝาในที่ยื่นลงมากินที่ด้านใน ถ้าจะใส่ถุงด้านในหรือกระดาษรองก็ใส่ด้วย ขนมชิ้นใหญ่อย่างคุกกี้ยิ่งต้องลองกับกระปุกจริง เพราะชิ้นใหญ่เรียงตัวในถ้วยตวงต่างจากในกระปุก
  4. ปิดฝา ทำซ้ำ และจดผล ใส่ฝาในและปิดฝาให้ครบเหมือนตอนขาย แล้วดูว่าฝาทับขนมหรือไม่ ลองสัก 5 รอบเพื่อดูว่าตัวเลขแกว่งแค่ไหน ถ้าผลิตจำนวนมากหรือขนมแต่ละล็อตต่างกันมาก ให้ลองเพิ่ม (5 รอบเป็นตัวเลขแนะนำสำหรับเริ่มต้น ไม่ใช่มาตรฐานการสุ่มตรวจ) จดผลทุกรอบลงตารางจดผลด้านล่าง แล้วเลือกขนาดจากค่าสูงสุดที่ได้
ขนม 100 กรัม ใช้กระปุกกี่มิลลิลิตร 4 ขั้นตอน: 1 ชั่งน้ำหนักสุทธิ 2 วัดปริมาตรที่ขนมใช้ 3 ลองใส่กระปุกจริง 4 ปิดฝา ทำซ้ำ และจดผล

ตอนลองใส่กระปุก ต้องดูอะไรบ้าง

จุดที่ต้องดู

สิ่งที่ต้องเช็กตอนลองใส่

ปากกระปุก

ขนมชิ้นใหญ่ที่สุดใส่เข้าและหยิบออกได้สะดวกไหม

รูปทรงและไหล่กระปุก

มีมุมที่ขนมลงไปไม่ถึงหรือเรียงยากไหม

ที่ว่างใต้ฝา

ปิดฝาและฝาในได้ครบ โดยไม่ทับขนมไหม

หน้าตาหลังบรรจุ

ขนมเต็มพอดูน่าซื้อไหม หรือดูพร่องเกินไป

หลังเขย่าหรือขนส่ง

ขนมยุบ แตก หรือระดับลดลงแค่ไหน

พื้นที่ติดฉลาก

มีที่พอสำหรับฉลากและข้อความที่ต้องแสดงไหม

เรื่องฉลาก ประกาศฯ ฉบับที่ 450 ข้อ 15 (3) กำหนดความสูงขั้นต่ำของตัวอักษรสำหรับปริมาณสุทธิ ส่วนประกอบที่สำคัญ ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร และวันที่ ดังนี้

  • ฉลากพื้นที่ไม่เกิน 100 ตร.ซม.: สูงอย่างน้อย 1 มม.
  • ฉลากพื้นที่เกิน 100 ตร.ซม.: สูงอย่างน้อย 1.5 มม.

จึงควรวัดพื้นที่ติดฉลากบนกระปุกจริงก่อนออกแบบฉลาก

ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติ)

ตัวเลขในส่วนนี้สมมติขึ้นเพื่อยกตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ค่าของขนมชนิดใด และไม่ใช่ผลทดสอบขวดโหลในภาพปก

สมมติว่าตวงขนม 100 กรัม ได้ 220 มิลลิลิตร ถ้าจะขายขนมเดียวกัน 150 กรัม ให้คิดตามสัดส่วน

  • ปริมาตรโดยประมาณ = 220 × 150 ÷ 100 = 330 มิลลิลิตร
  • เทียบเป็นความหนาแน่นรวมได้ราว 100 ÷ 220 ≈ 0.45 กรัม/มล.

การคำนวณนี้ใช้คัดขนาดกระปุกไปลองต่อได้ เมื่อขนมยังเป็นสูตรเดิม ขนาดชิ้นเท่าเดิม และแพ็กวิธีเดิมเท่านั้น ถ้าเป็นขนมชิ้นใหญ่ เปลี่ยนทรงกระปุกแล้วอาจใส่ได้มากหรือน้อยกว่าที่คำนวณ

ถ้าลอง 100 กรัมหลายรอบแล้วได้ 210⁠–⁠235 มล. ให้ดูค่าสูงสุด (235 มล.) เป็นหลัก เพื่อให้รอบที่ขนมกินที่มากที่สุดยังปิดฝาได้ แล้วเผื่อที่ใต้ฝาตามที่ลองปิดจริง

อย่าเลือกกระปุกจากตัวเลข "100 กรัม = 100 มล." หรือจากผลรอบเดียว ลองใส่ขนมจริงและปิดฝาจริงหลายรอบก่อนสั่งล็อตใหญ่

เผื่อที่ว่างเท่าไร และต้องใส่ให้ครบน้ำหนัก

ไม่มีเปอร์เซ็นต์เผื่อตัวเดียวที่ใช้ได้กับขนมทุกชนิด ที่ว่างเหนือขนมควรมีเท่าที่จำเป็น และดูจากการลองปิดฝาจริง

ข้อแนะนำระหว่างประเทศ OIML R 87 เรื่องปริมาณสินค้าในหีบห่อ (ภาคผนวก E ซึ่งไม่ใช่ข้อบังคับ) อธิบายว่า ที่ว่างในหีบห่อที่สมเหตุสมผลไม่ถือว่าทำให้ผู้⁠บริโภคเข้าใจผิด เมื่อมีไว้เพื่อหน้าที่ที่จำเป็น เช่น

  • ปกป้องสินค้า
  • ให้เครื่องที่ใช้ปิดหีบห่อทำงานได้
  • รองรับการยุบตัวของสินค้าที่เลี่ยงไม่ได้ระหว่างขนส่งและเคลื่อนย้าย

แต่หีบห่อที่มีที่ว่างมากเกินโดยไม่มีหน้าที่ใดรองรับ ถือว่าทำให้เข้าใจผิด

อีกเรื่องคือ กระปุกต้องใส่ขนมได้ครบน้ำหนักบนฉลาก พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 มาตรา 63 กำหนดให้แสดงปริมาณของสินค้าหีบห่อให้ตรงกับปริมาณในหีบห่อ โดยคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด ตามสรุปกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ อัตราที่ใช้ในไทยอยู่ในประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดชนิดของสินค้าหีบห่อ หลักเกณฑ์และวิธีการแสดงปริมาณของสินค้า และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ลงวันที่ 12 มีนาคม 2561

ส่วนข้อแนะนำสากล OIML R 87 กำหนดให้ปริมาณเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่ระบุบนฉลาก และแต่ละกระปุกขาดได้ไม่มาก เช่น สินค้าที่ระบุ 100 กรัม ค่าที่ยอมให้ขาด (T) คือ 4.5 กรัม ค่านี้เป็นค่าสากล ไม่ใช่ค่าตามกฎหมายไทย

สรุปคือ เลือกกระปุกที่ใส่ขนมครบน้ำหนักแล้วยังปิดฝาได้สบาย ไม่ใช่กระปุกที่ต้องหยิบขนมออกบางชิ้นถึงจะปิดฝาได้ หรือใหญ่จนขนมดูพร่อง

อ่านความ⁠จุในแค⁠ต⁠ตา⁠ล็อกอย่างไร

ก่อนสั่งซื้อ ถามผู้ขาย 2 ข้อ

  • ความ⁠จุที่ระบุ วัดถึงระดับไหน เช่น เต็มถึงปากกระปุก หรือถึงระดับบรรจุที่กำหนด
  • ความ⁠จุคลาดเคลื่อนได้กี่มิลลิลิตร

ความ⁠จุในแค⁠ต⁠ตา⁠ล็อกไม่เท่ากับที่ว่างที่ใส่ขนมได้จริง เพราะยังขึ้นกับฝา รูปทรง และระดับที่คุณจะบรรจุ

ถ้ามีกระปุกอยู่ในมือ วัดความ⁠จุเองได้ด้วยตาชั่งครัว วิธีนี้ดัดแปลงจากวิธีหาความ⁠จุน้ำของภาชนะของ US FDA (21 CFR 130.12) ซึ่งกำหนดไว้สำหรับมาตรฐานการบรรจุของสหรัฐฯ

  1. ถอดฝาออก ล้างและเช็ดกระปุกให้แห้ง แล้วชั่งกระปุกเปล่า
  2. เติมน้ำจนเต็มถึงขอบบน (วิธีของ US FDA ใช้น้ำกลั่นอุณหภูมิ 20 °C) แล้วชั่งอีกครั้ง
  3. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นคือน้ำหนักของน้ำที่เต็มกระปุก น้ำ 1 กรัมมีปริมาตรราว 1 มิลลิลิตร (FAO/INFOODS ระบุความหนาแน่นของน้ำที่ 20 °C ไว้ 0.998 กรัม/มล.) จึงอ่านตัวเลขกรัมเป็นมิลลิลิตรได้เลย

หมายเหตุ: ขวดโหลรหัส 010 ในภาพปกเป็นภาพประกอบเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ารุ่นนี้ใส่ขนม 100 กรัมได้ทุกชนิด

ตารางจดผลก่อนสั่งซื้อ

รายการ

ข้อมูลที่ควรจด

สูตรและล็อตขนม

ชื่อสูตร วันที่ผลิต ขนาดชิ้น

น้ำหนักสุทธิ

กรัมต่อกระปุก

ปริมาตรที่ตวงได้

ผลแต่ละรอบ และค่าต่ำสุด–สูงสุด

กระปุกและฝา

รหัสกระปุก รหัสฝา ฝาในหรือซีลที่ใช้

วิธีบรรจุ

เท ตัก หรือจัดเรียง และเคาะหรือเขย่าให้ขนมยุบลงหรือไม่

ผลหลังปิดฝาและขนส่ง

ที่ว่างเหนือขนม ฝาทับขนมไหม เศษแตก และขนมขยับมากแค่ไหน

การลองใส่ช่วยเลือกขนาดได้ แต่ไม่ได้บอกว่าขนมจะกรอบอยู่ได้นานแค่ไหน ประกาศฯ ฉบับที่ 450 ข้อ 5 (9) กำหนดให้แสดงวันที่บนฉลาก โดยมีคำว่า "ควรบริโภคก่อน" หรือ "หมดอายุ" กำกับ วันที่นี้ควรมาจากการทดสอบอายุการเก็บแยกต่างหาก ไม่ใช่จากการลองใส่กระปุก

หน่วยงานตรวจสอบอาหารของแคนาดา (CFIA) อธิบายว่า การศึกษาอายุการเก็บใช้สินค้าที่บรรจุเสร็จแล้วจากล็อตผลิตเดียวกัน และทำซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนสูตร คุณภาพวัตถุดิบ บรรจุ⁠ภัณฑ์ วิธีผลิต เครื่องจักร หรือการรักษาความสะอาด ถ้าเปลี่ยนกระปุกหรือฝา จึงควรทดสอบอายุการเก็บกับกระปุกและฝาชุดใหม่ด้วย

Crystalclear เป็นผู้⁠จัด⁠จำหน่ายบรรจุ⁠ภัณฑ์ ถ้าคุณมีน้ำหนักที่จะขาย ปริมาตรที่ตวงได้ และรูปขนมจริงแล้ว ส่งข้อมูลมาที่หน้าติดต่อ⁠เรา แล้วเราจะช่วยดูรุ่นกระปุกและฝาที่ขนาดใกล้เคียงกับที่ต้องการ หรือดูสินค้าทั้งหมดก่อนก็ได้

อ่านต่อ: ก่อนสั่งบรรจุ⁠ภัณฑ์ครั้งแรก ต้องเต⁠รี⁠ยมข้อมูลอะไรบ้าง? · ทำแบรนด์ซอสหรือน้ำ⁠จิ้ม เลือกขวดจากอะไรดี?

แหล่งอ้างอิง

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 7 ตุลาคม 2569