ขายขนม 100 กรัม ต้องใช้กระปุกกี่มิลลิลิตร? วิธีเลือกขนาดให้พอดีกับขนม
ขนม 100 กรัมไม่ได้ใช้กระปุก 100 มล. เสมอไป ดูวิธีชั่ง ตวง และลองใส่กระปุกจริง พร้อมตัวอย่างการคำนวณและตารางจดผลก่อนสั่งซื้อ

ขนม 100 กรัม ไม่ได้ใช้กระปุก 100 มิลลิลิตรเสมอไป และไม่มีตัวเลขมิลลิลิตรตัวเดียวที่ใช้ได้กับขนมทุกชนิด เพราะกรัมคือน้ำหนัก ส่วนมิลลิลิตรบอกว่าขนมกินที่มากแค่ไหน ตัวอย่างจากฐานข้อมูล FAO/INFOODS ในตารางด้านล่าง ขนม 100 กรัมกินที่ตั้งแต่ราว 145 มล. (ถั่วลิสงกะเทาะเปลือก) ถึงราว 1,110 มล. (มันฝรั่งทอดกรอบ)
การเลือกขนาดต้องดู 3 เรื่อง คือ ขนมกินที่จริงกี่มิลลิลิตร ใส่ผ่านปากกระปุกได้ไหม และปิดฝาแล้วไม่ทับขนม วิธีที่แม่นที่สุดคือ ชั่งขนมตามน้ำหนักที่จะขาย แล้วลองใส่กระปุกจริงและปิดฝาด้วยวิธีเดียวกับตอนแพ็กขาย
ทำไมขนม 100 กรัม ถึงใช้กระปุกไม่เท่ากัน
ขนมแต่ละชนิดเนื้อแน่นหรือโปร่งต่างกัน และมีช่องว่างระหว่างชิ้นไม่เท่ากัน ถึงเป็นสูตรเดียวกัน ถ้าตัดชิ้นใหญ่ขึ้นหรือจัดเรียงต่างไป ขนมก็กินที่ในกระปุกไม่เท่าเดิม
ฐานข้อมูลความหนาแน่นอาหารของ FAO/INFOODS นิยาม ความหนาแน่นรวม (bulk density) ว่าเป็นน้ำหนักของอาหารทั้งกอง หารด้วยปริมาตรทั้งหมดที่กองนั้นกินที่ ปริมาตรนี้นับรวมเนื้อของแต่ละชิ้น ช่องว่างระหว่างชิ้น และรูพรุนภายในชิ้น ค่าในฐานข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าอาหารต่างชนิดกินที่ต่างกันมาก
อาหาร (แปลจากชื่อในฐานข้อมูล FAO/INFOODS) | ความหนาแน่นรวม (กรัม/มล.) | 100 กรัม กินที่ราว |
|---|---|---|
ถั่วลิสงกะเทาะเปลือก | 0.69 | 145 มล. |
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ | 0.5 | 200 มล. |
อัลมอนด์ | 0.46 | 215 มล. |
มูสลี่ผสมผลไม้และถั่ว | 0.37 | 270 มล. |
ถั่วลิสงทั้งเปลือก | 0.27–0.38 | 265–370 มล. |
มันฝรั่งทอดกรอบ | 0.09 | 1,110 มล. |
คอลัมน์ขวาคำนวณจาก 100 ÷ ความหนาแน่นรวม ค่าในตารางรวบรวมจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศหลายแหล่ง ใช้ดูภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่ค่าของขนมของคุณ ดูอย่างถั่วลิสงทั้งเปลือกกับแบบกะเทาะเปลือก แค่รูปแบบเปลี่ยน ตัวเลขก็ต่างกันมากแล้ว จึงต้องลองกับขนมของคุณเองเสมอ
อีกเรื่องที่มักสับสนคือ กรัมกับมิลลิลิตรเป็นตัวเลขของคนละสิ่ง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ กำหนดให้แสดงปริมาณอาหารเป็นระบบเมตริก อาหารที่เป็นของแข็งให้แสดงน้ำหนักสุทธิ ส่วนอาหารที่เป็นของเหลวให้แสดงปริมาตรสุทธิ ขนมแห้งจึงบอกปริมาณบนฉลากเป็นกรัม ส่วนตัวเลขมิลลิลิตรคือความจุของกระปุก
ลองบรรจุจริงใน 4 ขั้นตอน
- ชั่งน้ำหนักสุทธิ ใช้ขนมล็อตจริง สูตรเดียวกัน ขนาดชิ้นเท่ากับที่จะขาย และพักให้เย็นเหมือนตอนแพ็กขาย วางภาชนะบนตาชั่งแล้วกดหักน้ำหนัก (Tare) ก่อน จากนั้นชั่งเฉพาะขนมตามน้ำหนักที่จะพิมพ์บนฉลาก เช่น 100 กรัม
- วัดปริมาตรที่ขนมใช้ ใส่ขนมลงถ้วยหรือเหยือกตวงปากกว้างที่มีขีดบอกมิลลิลิตร โดยเทหรือตักแบบเดียวกับตอนแพ็ก เกลี่ยหน้าให้เรียบแล้วอ่านขีด อย่ากดหรือเขย่าให้แน่นถ้าตอนแพ็กจริงไม่ได้ทำ
- ลองใส่กระปุกจริง ใช้กระปุกรุ่นที่คิดจะใช้ ดูปากกระปุก ความสูง ช่วงไหล่ และฝาหรือฝาในที่ยื่นลงมากินที่ด้านใน ถ้าจะใส่ถุงด้านในหรือกระดาษรองก็ใส่ด้วย ขนมชิ้นใหญ่อย่างคุกกี้ยิ่งต้องลองกับกระปุกจริง เพราะชิ้นใหญ่เรียงตัวในถ้วยตวงต่างจากในกระปุก
- ปิดฝา ทำซ้ำ และจดผล ใส่ฝาในและปิดฝาให้ครบเหมือนตอนขาย แล้วดูว่าฝาทับขนมหรือไม่ ลองสัก 5 รอบเพื่อดูว่าตัวเลขแกว่งแค่ไหน ถ้าผลิตจำนวนมากหรือขนมแต่ละล็อตต่างกันมาก ให้ลองเพิ่ม (5 รอบเป็นตัวเลขแนะนำสำหรับเริ่มต้น ไม่ใช่มาตรฐานการสุ่มตรวจ) จดผลทุกรอบลงตารางจดผลด้านล่าง แล้วเลือกขนาดจากค่าสูงสุดที่ได้

ตอนลองใส่กระปุก ต้องดูอะไรบ้าง
จุดที่ต้องดู | สิ่งที่ต้องเช็กตอนลองใส่ |
|---|---|
ปากกระปุก | ขนมชิ้นใหญ่ที่สุดใส่เข้าและหยิบออกได้สะดวกไหม |
รูปทรงและไหล่กระปุก | มีมุมที่ขนมลงไปไม่ถึงหรือเรียงยากไหม |
ที่ว่างใต้ฝา | ปิดฝาและฝาในได้ครบ โดยไม่ทับขนมไหม |
หน้าตาหลังบรรจุ | ขนมเต็มพอดูน่าซื้อไหม หรือดูพร่องเกินไป |
หลังเขย่าหรือขนส่ง | ขนมยุบ แตก หรือระดับลดลงแค่ไหน |
พื้นที่ติดฉลาก | มีที่พอสำหรับฉลากและข้อความที่ต้องแสดงไหม |
เรื่องฉลาก ประกาศฯ ฉบับที่ 450 ข้อ 15 (3) กำหนดความสูงขั้นต่ำของตัวอักษรสำหรับปริมาณสุทธิ ส่วนประกอบที่สำคัญ ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร และวันที่ ดังนี้
- ฉลากพื้นที่ไม่เกิน 100 ตร.ซม.: สูงอย่างน้อย 1 มม.
- ฉลากพื้นที่เกิน 100 ตร.ซม.: สูงอย่างน้อย 1.5 มม.
จึงควรวัดพื้นที่ติดฉลากบนกระปุกจริงก่อนออกแบบฉลาก
ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติ)
ตัวเลขในส่วนนี้สมมติขึ้นเพื่อยกตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ค่าของขนมชนิดใด และไม่ใช่ผลทดสอบขวดโหลในภาพปก
สมมติว่าตวงขนม 100 กรัม ได้ 220 มิลลิลิตร ถ้าจะขายขนมเดียวกัน 150 กรัม ให้คิดตามสัดส่วน
- ปริมาตรโดยประมาณ = 220 × 150 ÷ 100 = 330 มิลลิลิตร
- เทียบเป็นความหนาแน่นรวมได้ราว 100 ÷ 220 ≈ 0.45 กรัม/มล.
การคำนวณนี้ใช้คัดขนาดกระปุกไปลองต่อได้ เมื่อขนมยังเป็นสูตรเดิม ขนาดชิ้นเท่าเดิม และแพ็กวิธีเดิมเท่านั้น ถ้าเป็นขนมชิ้นใหญ่ เปลี่ยนทรงกระปุกแล้วอาจใส่ได้มากหรือน้อยกว่าที่คำนวณ
ถ้าลอง 100 กรัมหลายรอบแล้วได้ 210–235 มล. ให้ดูค่าสูงสุด (235 มล.) เป็นหลัก เพื่อให้รอบที่ขนมกินที่มากที่สุดยังปิดฝาได้ แล้วเผื่อที่ใต้ฝาตามที่ลองปิดจริง
อย่าเลือกกระปุกจากตัวเลข "100 กรัม = 100 มล." หรือจากผลรอบเดียว ลองใส่ขนมจริงและปิดฝาจริงหลายรอบก่อนสั่งล็อตใหญ่
เผื่อที่ว่างเท่าไร และต้องใส่ให้ครบน้ำหนัก
ไม่มีเปอร์เซ็นต์เผื่อตัวเดียวที่ใช้ได้กับขนมทุกชนิด ที่ว่างเหนือขนมควรมีเท่าที่จำเป็น และดูจากการลองปิดฝาจริง
ข้อแนะนำระหว่างประเทศ OIML R 87 เรื่องปริมาณสินค้าในหีบห่อ (ภาคผนวก E ซึ่งไม่ใช่ข้อบังคับ) อธิบายว่า ที่ว่างในหีบห่อที่สมเหตุสมผลไม่ถือว่าทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด เมื่อมีไว้เพื่อหน้าที่ที่จำเป็น เช่น
- ปกป้องสินค้า
- ให้เครื่องที่ใช้ปิดหีบห่อทำงานได้
- รองรับการยุบตัวของสินค้าที่เลี่ยงไม่ได้ระหว่างขนส่งและเคลื่อนย้าย
แต่หีบห่อที่มีที่ว่างมากเกินโดยไม่มีหน้าที่ใดรองรับ ถือว่าทำให้เข้าใจผิด
อีกเรื่องคือ กระปุกต้องใส่ขนมได้ครบน้ำหนักบนฉลาก พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 มาตรา 63 กำหนดให้แสดงปริมาณของสินค้าหีบห่อให้ตรงกับปริมาณในหีบห่อ โดยคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด ตามสรุปกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ อัตราที่ใช้ในไทยอยู่ในประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดชนิดของสินค้าหีบห่อ หลักเกณฑ์และวิธีการแสดงปริมาณของสินค้า และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ลงวันที่ 12 มีนาคม 2561
ส่วนข้อแนะนำสากล OIML R 87 กำหนดให้ปริมาณเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่ระบุบนฉลาก และแต่ละกระปุกขาดได้ไม่มาก เช่น สินค้าที่ระบุ 100 กรัม ค่าที่ยอมให้ขาด (T) คือ 4.5 กรัม ค่านี้เป็นค่าสากล ไม่ใช่ค่าตามกฎหมายไทย
สรุปคือ เลือกกระปุกที่ใส่ขนมครบน้ำหนักแล้วยังปิดฝาได้สบาย ไม่ใช่กระปุกที่ต้องหยิบขนมออกบางชิ้นถึงจะปิดฝาได้ หรือใหญ่จนขนมดูพร่อง
อ่านความจุในแคตตาล็อกอย่างไร
ก่อนสั่งซื้อ ถามผู้ขาย 2 ข้อ
- ความจุที่ระบุ วัดถึงระดับไหน เช่น เต็มถึงปากกระปุก หรือถึงระดับบรรจุที่กำหนด
- ความจุคลาดเคลื่อนได้กี่มิลลิลิตร
ความจุในแคตตาล็อกไม่เท่ากับที่ว่างที่ใส่ขนมได้จริง เพราะยังขึ้นกับฝา รูปทรง และระดับที่คุณจะบรรจุ
ถ้ามีกระปุกอยู่ในมือ วัดความจุเองได้ด้วยตาชั่งครัว วิธีนี้ดัดแปลงจากวิธีหาความจุน้ำของภาชนะของ US FDA (21 CFR 130.12) ซึ่งกำหนดไว้สำหรับมาตรฐานการบรรจุของสหรัฐฯ
- ถอดฝาออก ล้างและเช็ดกระปุกให้แห้ง แล้วชั่งกระปุกเปล่า
- เติมน้ำจนเต็มถึงขอบบน (วิธีของ US FDA ใช้น้ำกลั่นอุณหภูมิ 20 °C) แล้วชั่งอีกครั้ง
- น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นคือน้ำหนักของน้ำที่เต็มกระปุก น้ำ 1 กรัมมีปริมาตรราว 1 มิลลิลิตร (FAO/INFOODS ระบุความหนาแน่นของน้ำที่ 20 °C ไว้ 0.998 กรัม/มล.) จึงอ่านตัวเลขกรัมเป็นมิลลิลิตรได้เลย
หมายเหตุ: ขวดโหลรหัส 010 ในภาพปกเป็นภาพประกอบเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ารุ่นนี้ใส่ขนม 100 กรัมได้ทุกชนิด
ตารางจดผลก่อนสั่งซื้อ
รายการ | ข้อมูลที่ควรจด |
|---|---|
สูตรและล็อตขนม | ชื่อสูตร วันที่ผลิต ขนาดชิ้น |
น้ำหนักสุทธิ | กรัมต่อกระปุก |
ปริมาตรที่ตวงได้ | ผลแต่ละรอบ และค่าต่ำสุด–สูงสุด |
กระปุกและฝา | รหัสกระปุก รหัสฝา ฝาในหรือซีลที่ใช้ |
วิธีบรรจุ | เท ตัก หรือจัดเรียง และเคาะหรือเขย่าให้ขนมยุบลงหรือไม่ |
ผลหลังปิดฝาและขนส่ง | ที่ว่างเหนือขนม ฝาทับขนมไหม เศษแตก และขนมขยับมากแค่ไหน |
การลองใส่ช่วยเลือกขนาดได้ แต่ไม่ได้บอกว่าขนมจะกรอบอยู่ได้นานแค่ไหน ประกาศฯ ฉบับที่ 450 ข้อ 5 (9) กำหนดให้แสดงวันที่บนฉลาก โดยมีคำว่า "ควรบริโภคก่อน" หรือ "หมดอายุ" กำกับ วันที่นี้ควรมาจากการทดสอบอายุการเก็บแยกต่างหาก ไม่ใช่จากการลองใส่กระปุก
หน่วยงานตรวจสอบอาหารของแคนาดา (CFIA) อธิบายว่า การศึกษาอายุการเก็บใช้สินค้าที่บรรจุเสร็จแล้วจากล็อตผลิตเดียวกัน และทำซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนสูตร คุณภาพวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ วิธีผลิต เครื่องจักร หรือการรักษาความสะอาด ถ้าเปลี่ยนกระปุกหรือฝา จึงควรทดสอบอายุการเก็บกับกระปุกและฝาชุดใหม่ด้วย
Crystalclear เป็นผู้จัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ถ้าคุณมีน้ำหนักที่จะขาย ปริมาตรที่ตวงได้ และรูปขนมจริงแล้ว ส่งข้อมูลมาที่หน้าติดต่อเรา แล้วเราจะช่วยดูรุ่นกระปุกและฝาที่ขนาดใกล้เคียงกับที่ต้องการ หรือดูสินค้าทั้งหมดก่อนก็ได้
อ่านต่อ: ก่อนสั่งบรรจุภัณฑ์ครั้งแรก ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? · ทำแบรนด์ซอสหรือน้ำจิ้ม เลือกขวดจากอะไรดี?
แหล่งอ้างอิง
- FAO/INFOODS: Density Database Version 2.0 (2012)
- กองอาหาร อย.: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ
- กระทรวงพาณิชย์: สรุปสาระสำคัญกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัด ทั้งในระดับพระราชบัญญัติและกฎหมายลำดับรอง เพื่อประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ประจำปี พ.ศ. 2567
- OIML: R 87 Quantity of product in prepackages (Edition 2016)
- eCFR: 21 CFR 130.12 General methods for water capacity and fill of containers
- Canadian Food Inspection Agency: Shelf life studies
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 7 ตุลาคม 2569