พลาสติกเบอร์ 1–7 คืออะไร? อ่านสัญลักษณ์ เลือก และใช้บรรจุภัณฑ์ PET, HDPE, PP ให้ถูกวิธี
ตัวเลขในสามเหลี่ยมบอกชนิดพลาสติก ไม่ได้บอกว่าปลอดภัยหรือรีไซเคิลได้ สรุปพลาสติกเบอร์ 1–7 ใช้ทำอะไร ทนร้อนได้แค่ไหน เข้าไมโครเวฟได้ไหม วิธีอ่านฉลาก และวิธีแยกขยะพลาสติกในไทย

บนขวด กระปุก ฝา หรือกล่องพลาสติกแทบทุกชิ้นจะมีตัวเลข 1–7 อยู่ในรูปสามเหลี่ยม หลายคนเข้าใจว่าเป็นเครื่องหมายบอกว่าปลอดภัยหรือรีไซเคิลได้ แต่ความจริงตัวเลขนี้มีหน้าที่เดียว คือบอก ชนิดของพลาสติก บทความนี้สรุปความหมายของพลาสติกเบอร์ 1–7 วิธีใช้แต่ละชนิดให้ถูกต้อง วิธีอ่านฉลาก วิธีแยกขยะให้รีไซเคิลได้จริง และแนวทางเลือกวัสดุสำหรับเจ้าของแบรนด์
ตัวเลขในสามเหลี่ยมคืออะไร
ตัวเลขนี้เรียกว่า รหัสชนิดพลาสติก (Resin Identification Code) เริ่มใช้ในปี 2531 (ค.ศ. 1988) โดยสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกของสหรัฐฯ เพื่อช่วยคัดแยกพลาสติกก่อนนำไปรีไซเคิล ปัจจุบันอยู่ในมาตรฐาน ASTM D7611 ซึ่งในปี 2556 (ค.ศ. 2013) ได้เปลี่ยนลูกศรวนรอบตัวเลขเป็นสามเหลี่ยมเส้นทึบ เพราะผู้บริโภคมักเข้าใจผิดว่าลูกศรวนแปลว่า "รีไซเคิลได้"
ในประเทศไทย สัญลักษณ์นี้อยู่ในมาตรฐาน มอก. 1310-2538 สัญลักษณ์สำหรับพลาสติกแปรใช้ใหม่ ซึ่งยังใช้รูปลูกศรวน และกรมควบคุมมลพิษแบ่งพลาสติกเป็น 7 ประเภทตามสัญลักษณ์นี้ เพื่อให้คัดแยก เก็บรวบรวม และรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น
ตัวเลขบอกแค่ "ชนิดพลาสติก" ไม่ได้บอกว่าปลอดภัยต่ออาหาร เข้าไมโครเวฟได้ หรือรีไซเคิลได้ในพื้นที่ของคุณ และเลขน้อยกว่าก็ไม่ได้แปลว่าดีกว่า
พลาสติกเบอร์ 1–7 มีอะไรบ้าง

เบอร์ | จุดเด่น | ตัวอย่างการใช้งาน | ทนร้อนโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
1 PET | ใส แข็งแรง กันก๊าซได้ดี | ขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำมันพืช ขวดน้ำปลา ขวดโหล | ราว 70–80°C |
2 HDPE | เหนียว ทนสารเคมีและความชื้น | ขวดนม ขวดแชมพู ขวดน้ำยาล้างจาน | ราว 75°C |
3 PVC | มีทั้งแบบแข็งและแบบนิ่ม | ท่อน้ำ สายยาง บัตรพลาสติก | ราว 80°C |
4 LDPE | นิ่ม ยืดหยุ่น ทนความเย็น | ถุงเย็น ฟิล์มยืด ถุงขนมปัง ฝาใน | ราว 70°C |
5 PP | ทนความร้อนสูง ทนสารเคมีและน้ำมัน | กล่องอาหาร ถุงร้อน แก้วโยเกิร์ต ฝาขวด | ราว 110–140°C |
6 PS | ใสแต่เปราะ รวมถึงโฟม | กล่องโฟม กล่องใส ช้อนส้อมพลาสติก | ราว 95°C |
7 OTHER | ไม่ใช่ 6 ชนิดแรก หรือหลายชนิดรวมกัน | PC, ABS, PLA บรรจุภัณฑ์หลายชั้น | แล้วแต่ชนิด |
ค่าทนร้อนเป็นค่าโดยประมาณจากศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารฮ่องกงและคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ค่าจริงขึ้นกับสูตรและกระบวนการผลิตของแต่ละชิ้น ให้ยึดอุณหภูมิที่ระบุบนสินค้าเป็นหลัก
เบอร์ 1 PET (พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต)
ใส น้ำหนักเบา แข็งแรง และกันก๊าซได้ดี จึงใช้ทำขวดเครื่องดื่ม ขวดน้ำมันพืช ขวดซอส และขวดโหลใส่อาหาร เหมาะกับสินค้าแช่เย็นหรือเก็บที่อุณหภูมิห้อง ขวด PET ทั่วไปเริ่มเสียรูปเมื่อร้อนราว 70°C จึงไม่เหมาะกับน้ำร้อนจัดหรือไมโครเวฟ งานบรรจุร้อนต้องใช้ขวด PET ชนิดพิเศษที่ผ่านกระบวนการ heat-set
อย. แนะนำว่าขวดน้ำดื่ม PET ออกแบบมาให้ใช้ครั้งเดียว ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำหลายครั้ง เพราะล้างได้ไม่ทั่วถึงและอาจสะสมเชื้อโรคและสิ่งสกปรก และไม่ควรวางไว้กลางแดดหรือที่ร้อนเป็นเวลานาน
ขวด PET ใสเป็นพลาสติกที่ร้านรับซื้อของเก่าต้องการมากที่สุดชนิดหนึ่ง และ PET เป็นพลาสติกชนิดเดียวที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 อนุญาตให้นำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมารีไซเคิลด้วยวิธีทางกลกลับเป็นภาชนะบรรจุอาหาร (rPET) โดยต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย อ่านเพิ่มเติมใน rPET และพลาสติก PCR คืออะไร?
เบอร์ 2 HDPE (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง)
เหนียว ทนแรงกระแทก ทนความชื้นและสารเคมี ส่วนใหญ่มีสีขุ่นหรือทึบแสง ใช้ทำขวดนม ขวดแชมพู ขวดน้ำยาซักผ้าและน้ำยาล้างจาน รวมถึงฝาขวดน้ำดื่มบางแบบ ทนความเย็นได้ดีมาก แต่ทนร้อนได้ไม่สูงนัก และไม่ใช่วัสดุสำหรับอุ่นอาหารในไมโครเวฟ
HDPE สีใสขุ่นและสีขาวนมเป็นที่ต้องการของร้านรับซื้อ เมื่อรีไซเคิลแล้วนำไปทำขวดน้ำมันเครื่อง ท่อ ลังพลาสติก และไม้เทียม
เบอร์ 3 PVC (พอลิไวนิลคลอไรด์)
มีทั้งแบบแข็งและแบบนิ่ม ส่วนใหญ่ใช้ทำท่อน้ำ สายยาง ฉนวนสายไฟ แฟ้มเอกสาร และบัตรพลาสติก ในงานอาหารพบในฟิล์มห่ออาหารบางชนิดและซีลในฝาโลหะของขวดโหลแก้ว PVC แบบนิ่มมีสารเติมแต่งที่ช่วยให้นิ่ม ซึ่งอาจแพร่ออกมาปนกับอาหารได้ จึงไม่ควรใช้ฟิล์มห่อหรือถุง PVC ใส่อาหารร้อน และไม่ควรให้ฟิล์มสัมผัสอาหารขณะเข้าไมโครเวฟ
ห้ามเผาพลาสติก โดยเฉพาะ PVC เพราะการเผาพลาสติกที่มีคลอรีนทำให้เกิดสารไดออกซิน เศษ PVC รีไซเคิลได้ยาก ราคารับซื้อต่ำ และถ้าปนอยู่กับขวด PET จะทำให้ PET รีไซเคิลคุณภาพต่ำลง
เบอร์ 4 LDPE (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ)
นิ่ม ยืดหยุ่น ทนความเย็นได้ดี แต่ทนร้อนได้ต่ำ (ราว 70°C) ใช้ทำถุงเย็น ฟิล์มยืดห่ออาหาร ถุงขนมปัง และฝาใน (inner cap) ของกระปุก เหมาะกับของเย็นและของแช่แข็ง ไม่ควรใช้ใส่อาหารร้อนหรือนำเข้าไมโครเวฟ
ถุงและฟิล์ม LDPE มีราคารับซื้อต่ำและหลายร้านไม่รับ แต่ถ้าสะอาดและแห้ง สามารถนำไปทิ้งที่ถังรับพลาสติกยืดของโครงการ "วน" ได้
เบอร์ 5 PP (พอลิพรอพิลีน)
ทนความร้อนได้สูงที่สุดในกลุ่มเบอร์ 1–6 ทนสารเคมีและน้ำมัน จึงใช้ทำกล่องใส่อาหาร ถุงร้อน แก้วโยเกิร์ต ขวดยา และฝาขวดหรือฝากระปุก PP เหมาะกับงานบรรจุร้อน และเป็นวัสดุหลักของภาชนะสำหรับไมโครเวฟ
แต่ ไม่ใช่ทุกชิ้นที่เป็นเบอร์ 5 จะเข้าไมโครเวฟได้ เช่น แก้วโยเกิร์ตหรือกล่องมาการีน ให้ดูเครื่องหมาย Microwave Safe หรือ มอก. 2493 ทุกครั้ง ภาชนะไมโครเวฟแบบใช้ครั้งเดียวไม่ควรนำมาอุ่นซ้ำ และ PP บางเกรดจะเปราะเมื่อเย็นจัด ถ้าจะใช้กับช่องแช่แข็งให้ดูอุณหภูมิต่ำสุดที่ระบุบนสินค้า
PP ใสเป็นที่ต้องการของร้านรับซื้อ เมื่อรีไซเคิลแล้วนำไปทำไม้กวาด แปรง กล่องแบตเตอรี่ และชิ้นส่วนรถยนต์
เบอร์ 6 PS (พอลิสไตรีน)
มีทั้งแบบใสแข็ง (เปราะ แตกง่าย) และแบบโฟม ใช้ทำกล่องโฟม กล่องใส ถ้วย และช้อนส้อมพลาสติก ทนร้อนได้ราว 95°C จึงไม่ควรใส่อาหารที่กำลังเดือด (100°C) ถ้าเป็นอาหารร้อนจัดหรือของทอดควรพักให้เย็นลงเล็กน้อยและสะเด็ดน้ำมันก่อน และไม่ควรนำกล่องโฟมเข้าไมโครเวฟ
กล่องโฟมเป็นหนึ่งในเป้าหมายเลิกใช้ของ Roadmap การจัดการขยะพลาสติกของไทย และโฟมที่เปื้อนอาหารแทบไม่มีร้านรับซื้อ
เบอร์ 7 OTHER (พลาสติกอื่น ๆ)
คือพลาสติกที่ไม่ใช่ 6 ชนิดแรก หรือพลาสติกหลายชนิดรวมกัน เช่น PC (พอลิคาร์บอเนต) ABS พลาสติกชีวภาพ PLA และบรรจุภัณฑ์หลายชั้น ควรมีชื่อพลาสติกเขียนกำกับใต้เลข 7 ดังนั้นเบอร์ 7 ไม่ได้แปลว่ามีสาร BPA เสมอไป เพราะ BPA เป็นวัตถุดิบของ PC ไม่ใช่ของพลาสติกเบอร์ 7 ทุกชนิด ส่วน PLA ทนร้อนได้ราว 60°C จึงไม่เหมาะกับของร้อน พลาสติกเบอร์ 7 ส่วนใหญ่รีไซเคิลได้ยาก
พลาสติกแบบไหนเข้าไมโครเวฟได้
- ใช้ภาชนะที่มีเครื่องหมาย Microwave Safe หรือ Microwavable หรือได้ มอก. 2493 (ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหารสำหรับเตาไมโครเวฟ) ซึ่งต้องทนความร้อนได้อย่างน้อย 100°C และระบุอุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดไว้บนภาชนะ
- วัสดุที่ มอก. 2493 อนุญาต ได้แก่ PP, PET ชนิดทนร้อน, PMMA และ PMP — ขวดน้ำ PET ทั่วไปไม่ใช่ภาชนะไมโครเวฟ
- อย่าอุ่นอาหารในถุงพลาสติก กล่องโฟม หรือแก้วโยเกิร์ตและกล่องมาการีน และอย่าใช้ภาชนะเมลามีนในไมโครเวฟ
- อย่าให้ฟิล์มห่ออาหารสัมผัสอาหารขณะอุ่น และเปิดช่องให้ไอน้ำระบาย
- ภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวไม่ควรนำมาอุ่นซ้ำ และเลิกใช้ภาชนะที่บิดเบี้ยว แตก หรือเปลี่ยนสี
ความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อย
- "เลขน้อยปลอดภัยกว่า" หรือ "เบอร์ 1, 2, 4, 5 ปลอดภัย" — ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือรองรับ ตัวเลขบอกแค่ชนิดพลาสติก ความปลอดภัยต่ออาหารมาจากการผลิตและการทดสอบตามกฎหมาย เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 (พ.ศ. 2565)
- "สัญลักษณ์ลูกศรวนแปลว่ารีไซเคิลได้" — ไม่ใช่ เป็นเพียงรหัสชนิดพลาสติก การรีไซเคิลได้จริงขึ้นกับว่ามีคนรับซื้อและมีระบบจัดการในพื้นที่หรือไม่
- "ขวดน้ำที่ทิ้งไว้ในรถร้อน ๆ มีสารไดออกซิน" — กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดสอบน้ำดื่มในขวดที่วางในรถจอดกลางแดด 1 และ 7 วัน ไม่พบไดออกซิน เพราะไดออกซินเกิดจากการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 450°C อย่างไรก็ตาม ความร้อนต่อเนื่องนาน ๆ ทำให้สารพลวง (antimony) จากขวด PET ละลายออกมามากขึ้น จึงควรเก็บน้ำดื่มให้พ้นแดดและที่ร้อน
- "แช่แข็งขวดน้ำแล้วเกิดไดออกซิน" — ไม่จริง ความเย็นไม่ทำให้เกิดไดออกซิน
- "ขวด PET มีสาร BPA" — ขวด PET ไม่ได้ผลิตจาก BPA และ อย. สุ่มตรวจน้ำดื่มบรรจุขวด 30 ตัวอย่าง ไม่พบ BPA และพทาเลต
- "พลาสติกเบอร์ 5 เข้าไมโครเวฟได้ทุกชิ้น" — ไม่จริง ต้องดูเครื่องหมายไมโครเวฟบนสินค้าทุกครั้ง
อ่านฉลากบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างไร
- ตัวเลขในสามเหลี่ยมและตัวย่อ เช่น 1 PET หรือ 5 PP บอกชนิดพลาสติก สินค้าบางชิ้นใช้รูปแบบ >PP< ซึ่งหมายถึงพลาสติกชนิดเดียวกัน
- แต่ละชิ้นมีเบอร์ของตัวเอง เช่น ขวดโหล PET เป็นเบอร์ 1 ฝา PP เป็นเบอร์ 5 และฝาใน LDPE เป็นเบอร์ 4
- สัญลักษณ์ช้อนส้อมในจาน คือเครื่องหมายแสดงว่าภาชนะปลอดภัยสำหรับสัมผัสอาหารตามมาตรฐาน มอก. ซึ่งเป็นคนละเครื่องหมายกับเลขชนิดพลาสติก
- อุณหภูมิใช้งาน ภาชนะสำหรับไมโครเวฟตาม มอก. 2493 ต้องระบุอุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดไว้บนภาชนะ
- คำเตือน เช่น "ใช้ครั้งเดียว" หรือ "ห้ามใช้กับเตาไมโครเวฟ"
- เครื่องหมาย มอก. ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร (มอก. 655) และภาชนะพลาสติกสำหรับไมโครเวฟ (มอก. 2493) เป็นมาตรฐานบังคับตั้งแต่ 3 มกราคม 2566 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแนะนำให้ตรวจดูเครื่องหมายทุกครั้งก่อนซื้อ
แยกขยะพลาสติกอย่างไรให้รีไซเคิลได้
คำแนะนำจากกรมควบคุมมลพิษ:
- เทของเหลวและเศษอาหารออก ถ้าเปื้อนให้ล้างให้สะอาด แล้วปล่อยให้แห้ง
- แกะเทป กระดาษ และสติกเกอร์ออก
- แยกตามชนิดพลาสติก อย่าปนกับขยะเศษอาหารหรือขยะอันตราย และแยกขวดน้ำมันพืชออกจากขวดน้ำดื่ม
- อย่าเก็บไว้กลางแดดหรือกลางฝนนาน เพราะพลาสติกจะเสื่อมคุณภาพ
- ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า นำไปที่จุดรับ หรือส่งให้รถเก็บขยะของท้องถิ่น
ร้านรับซื้อของเก่าส่วนใหญ่รับขวด PET ใสและ HDPE ส่วน PP ใสก็เป็นที่ต้องการ ขณะที่ถุงและฟิล์มพลาสติกได้ราคาต่ำ พลาสติกสีดำและโฟมที่สะอาดมีบางร้านรับซื้อแต่ได้ราคาน้อยกว่า ส่วนบรรจุภัณฑ์หลายชั้นและชิ้นที่เปื้อนอาหาร เช่น กล่องโฟมเปื้อนอาหาร มักไม่มีร้านรับซื้อ ทั้งนี้ราคาและสิ่งที่รับขึ้นกับแต่ละร้านและแต่ละพื้นที่
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ประเทศไทยห้ามนำเข้าเศษพลาสติก โรงงานรีไซเคิลจึงต้องพึ่งพลาสติกที่คัดแยกภายในประเทศ การแยกขยะที่บ้านจึงสำคัญยิ่งขึ้น
สำหรับเจ้าของแบรนด์: เลือก PET, HDPE หรือ PP
การเลือกวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้า อายุการเก็บรักษา และภาพลักษณ์ของแบรนด์ PET, HDPE และ PP เป็นพลาสติกที่นิยมใช้ทำขวด กระปุก และฝาของบรรจุภัณฑ์อาหาร ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกัน
PET โดดเด่นเรื่องความใสเหมือนแก้ว น้ำหนักเบา เหมาะกับน้ำดื่ม น้ำผลไม้ และสินค้าที่ต้องการโชว์เนื้อผลิตภัณฑ์ HDPE เนื้อขุ่นและทนสารเคมี เหมาะกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและน้ำมัน ถ้าผสมสีให้ทึบแสงก็เหมาะกับสินค้าที่แสงทำให้เสื่อมคุณภาพ ส่วน PP ทนความร้อนได้สูง เหมาะกับซอสร้อนและอาหารที่ต้องผ่านความร้อน
| PET | HDPE | PP |
|---|---|---|---|
รหัสชนิดพลาสติก | เบอร์ 1 | เบอร์ 2 | เบอร์ 5 |
จุดเด่น | ใสเหมือนแก้ว น้ำหนักเบา | เนื้อขุ่น (ผสมสีให้ทึบแสงได้) ทนสารเคมี | ทนความร้อนสูง |
เหมาะกับ | น้ำดื่ม น้ำผลไม้ สินค้าที่อยากโชว์เนื้อใน | ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว น้ำมัน สินค้าที่ไม่ถูกกับแสง (แบบทึบแสง) | ซอสร้อน อาหารที่ผ่านความร้อน |
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม:
- ทั้งตัวภาชนะและฝา ที่สัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 (พ.ศ. 2565) ซึ่งครอบคลุมถึงฝาและจุกด้วย
- ออกแบบให้รีไซเคิลง่าย ขวด PET ใสมีมูลค่ารีไซเคิลสูงกว่าขวดสีทึบ ฝา PP และ PE ลอยน้ำได้จึงแยกออกจากเกล็ด PET ได้ง่ายในโรงงานรีไซเคิล ส่วนฉลากหรือชิ้นส่วน PVC ทำให้ PET รีไซเคิลยากขึ้น
- บรรจุภัณฑ์ของ Crystalclear ขวดโหลและขวดซอสเป็น PET (เบอร์ 1) ฝาส่วนใหญ่เป็น PP (เบอร์ 5) ฝาขวดน้ำเป็น HDPE (เบอร์ 2) ส่วนฝาในและฝาโดมเป็น LDPE (เบอร์ 4) ดูวัสดุของแต่ละรุ่นได้ในหน้าสินค้า
ทีมงาน Crystalclear ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องวัสดุ ขนาด และรูปทรงที่เหมาะกับสินค้าของคุณ ติดต่อเราได้ทุกช่องทาง
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมมลพิษ: ประกาศ เรื่อง คุณลักษณะเศษพลาสติกที่เหมาะสมในการนำไปรีไซเคิล พ.ศ. 2565
- กรมควบคุมมลพิษ: Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561–2573
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: ผลิตภัณฑ์พลาสติกกับอาหาร
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: พลาสติกแบบไหนที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์: การตรวจไดออกซินในน้ำดื่มบรรจุขวดที่วางไว้ในรถ
- ฐานเศรษฐกิจ: อย. ชี้แจงเรื่องขวดน้ำ PET, BPA และการใช้ซ้ำ
- สมอ.: มอก. 2493 เล่ม 1-2554 ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหารสำหรับเตาไมโครเวฟ เล่ม 1 สำหรับการอุ่น
- สมอ.: มอก. 655 เล่ม 1-2553 ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร
- Centre for Food Safety, Hong Kong: Know More about the Safe Use of Plastic Food Packaging and Containers
- ASTM D7611: Standard Practice for Coding Plastic Manufactured Articles for Resin Identification